สวัสดีค่า วันนี้ได้ฤกษ์แห่งการต้อนรับ ชื่อเพจใหม่ในเฟสค่ะ "พูดอังกฤษได้ชีวิตดี๊ดี"
============
-ที่ตรงนี้-
นี่จะเป็นพื้นที่ที่ โบว์ จะมาแบ่งประสบการณ์การพูด และการใช้ภาษาอังกฤษที่สั่งสมมาตลอดชีวิต พร้อมความหวังที่ว่า มันจะเป็นประโยชน์ และสร้างความสุขให้ในชีวิตให้กับพวกเราคนไทยได้ไม่มากก็น้อยนะคะ
.
-อดีต-
กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้..... ขอเล่าฟังว่า เราเห็นตัวเราเองเสมอว่ามีปมในชีวิต
.
โดนเปรียบเปรยมาเสมอว่าไม่สวย ไม่เก่ง โดนเรียกชื่อล้อตั้งแต่ตอนเด็กๆ ด้วยความที่ตัวใหญ่ ตอน ป.5 ครูสอนภาษาอังกฤษมองหน้าเราแบบ...ทำไมเธอมันไม่ได้่เรื่อง เมื่อเขาสอบพูดอังกฤษ ถาม: How are you? เราตอบ: หนูไม่เคยเรียนค่ะ
สายตาที่ครูมองมา มันทิ่มแทงหัวใจจริงๆ
.
ตอน ป.6 โดนเพื่อนชี้หน้าด่าว่า "หน้าอย่างนี้เหรอ กุจะจีบ" ต่อหน้าเพื่อนในห้องกว่าอีก 50คน .. ตอนนั้นปล่อยโฮกลางห้องไม่อายใคร..ทำไมชั้นไม่เกิดมาสวย ทำไมชั้นไม่เกิดมาเก่ง
=========
ร้องไห้หนักมาก
=========
-จุดเปลี่ยน-
จากการไปทัศนศึกษา ป.6 เป็นครั้งแรก ทำให้เราได้พบกับนักท่องเที่ยวต่างชาติสองคน เราแค่อยากบอกเว่า เห้ย ยูสูงจัง... ชั้นตัวเล็กไปเลย แต่ "พูดไม่เป็น"!!!! เราลงเอยด้วยการใช้ภาษามือ บวกกับการออกเสียงนิดหน่อย "ยูๆๆๆ" แล้วทำมือแบบ เธอสูงมากกก "ไอๆๆๆ" แล้วทำมือว่าเราตัวเตี้ยมาก .... เออ มันเข้าใจแหะ!!
.
จากนั้น..มานั่งนึกดู อืม... เราจะต้องมีดีให้ได้บ้างดิ เออ จะเอาไรดี ..
++นางแบบ? ....เอ่อมมมม
++เลข? ....เอ่ออออมมมมมม เกิดมาไม่เคยได้เลขเกินเกรด 1 สมัยเรียน ขอบอก
++ร้องเพลง? ....เห้ย ในห้องน้ำเนี่ยะ หากเทียบกับสมัยนี้ชั้นน้องๆ Adele (อเดล) เลยนะยะ แต่...ไม่ใช่อ่ะ
==========
เอาภาษาอังกฤษเนี่ยะแหละ!!!! ขนาดไม่ออกเสียง ฝรั่งยังรู้เรื่อง เกิดพูดได้ขึ้นมา มันต้องรู้เรื่องมั่งดิ !!!
==========
-ปัจจุบัน-
เห้ยยย เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง......ภาษาอังกฤษมันทำให้เรารู้สึกสวยขึ้น! มีความสามารถมากขึ้น!! มันเปิดโลกเราให้กว้างขึ้น เราสามารถสื่อสารกับคนได้อีกในอีกครึ่งค่อนโลก เราได้โอกาสเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ วัฒนธรรม ชีวิตของคน ของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ หรือแม้แต่ ข้อมูลนวัตกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นนอกอณาเขตขวานทองอันเป็นที่้รักนี้
และนี่ เป็นสิ่งที่เราอยากบอกว่า เมื่อคุณสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ คุณอาจจะกำลังเปิดรับสิ่งใหม่ๆ โอกาสใหม่ๆ และความสุขใหม่ๆที่คุณสามารถจะสรรหาได้จากการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุดนี้
.
ณ ปัจจุบัน ... เรา..แม่พิมพ์ของชาติเต็มตัว แต่เป็นแม่พิมพ์ในแบบของเรานะ แบบที่บุพการี และครอบครัวปลูกฝังมาให้เป็นคนดี ทำตนเพื่อส่วนรวม ไม่เอารัดเอาเปรียบใคร แบบที่...เพื่อนๆ รักเราในความเป็น "มี๊คอง" (แต่ก่อนฉายาคือ คิงคอง ตอนนี้กลายเป็น "มี๊คอง"ละ 55555) และแน่นอน เราเป็นแม่พิมพ์ของชาติ..แบบที่....ทำให้ดีที่้สุดในสิ่งที่มั่นใจ และในสิ่งที่รัก
.
วันนี้ ยังไม่ถึงจุดที่วาดฝันไว้ แต่มั่นใจว่ามาถูกทาง ภาษาอังกฤษคือชีวิตส่วนหนึ่ง และเป็นชีวิตที่เมื่อเราทำมันทุกวินาที ทุกลมหายใจ เรามีความสุข และสนุกกับมันจริงๆ และเราพร้อมแล้ว ... ที่จะแบ่งปันความสุขนั้น กับทุกๆคน ที่พร้อมจะเปิดใจ...รับความสุขนั้น..ไปด้วยกัน
.
กว่าจะพูดภาษาอังกฤษได้ขนาดนี้ แบบวันนี้ มีผู้อยู่เบื้องหลังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น บุพการี ครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อนที่้รัก ลูกศิษย์ทั้งในและต่างประเทศ .... ขอขอบคุณมากๆจริงๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ โบว์ เป็น "โบว์" ในวันนี้
.
-เพจนี้-
จะเป็นเพจที่ โบว์ จะนำภาษาอังกฤษ ทั้งในรูปแบบการเล่าเรื่อง .. งานเขียน..คลิปที่จะลงใน Youtube ให้ติดตามกัน จะมีทั้ง ภาษาไทย และอังกฤษ ที่จะมาบอกกล่าวเล่าให้ฟังกัน จะมีทั้งเคล็ดลับวิชาที่สั่งสมมาตลอดชีวิต วิธีต่างๆ รวมไปถึงการใช้ภาษาอังกฤษที่ใช้ได้จริงๆ มาแบ่งปันให้กันแบบสุดใจ
.
มาช่วยกันสานฝันกับโบว์ ให้พวกเราคนไทย พูดภาษาอังกฤษได้ และ มีชีวิตที่ดีขึ้น มีความสุขที่มากขึ้น กันเถอะค่ะ ^^ การได้รับการ follow กดไลค์ กด share เป็นเหมือนน้ำใจเล็กๆน้อยๆที่มีให้กับ "The Giver" หรือ "ผู้ให้" คนนี้ ให้มีกำลังใจในการทำฝันนี้ ให้ยิ่งใหญ่ค่ะ
.
กราบงามๆ หนึ่งครั้ง
============
ปล.
นอกจากเพจนี้ ยังมีอีกหนึ่งเพจที่เปิดขึ้นมา สำหรับผู้ที่ต้องการฝึกการสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษโดยเฉพาะนะคะ สามารถติดตามกันได้ที่:
= facebook. com / eng.interview
หรือค้นหาชื่อ
= สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษให้ได้งาน"
==================================================
ปะวัติ โบว์ - สุนิดา วิทยากาญจน์:
• ป.ตรี ABAC อังกฤษธุรกิจ (Business English)
• ป.โท ม.ศ.ว. ภาษาอังกฤษ (English) (attended)
• ป.โท NSU (Bangladesh) TESOL การสอนภาษาอังกฤษ (attended)
• ทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ประเทศนิวซีแลนด์ ปี 2537
• ทุน UMAP จากทบวงมหาวิทยาลัย ป. โท Brock University ประเทศแคนาดา ปี 2545 (นศ ป.โท คนแรกที่ได้ทุนนี้ของมหาวิทยาลัย)
• อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัย BRAC University, ธากา ประเทศบังกลาเทศ 2007-2010
• ผู้จัดการฝ่ายบุคคล - Xetera (Thailand) Ltd. 2012-2013
• Regional HR Manager - Sidel Co., Ltd. 2013-2014
• ประสบการณ์สอนภาษาอังกฤษทั้งใน และ ต่างประเทศ กว่า 15 ปี ทั้งเด็ก นักเรียน นักศึกษา และผู้ใหญ่
• คะแนน IELTS Speaking = 8.5 Total = 7 (2014)
• คะแนน TOEIC 925/990 (2014)
• เชี่ยวชาญด้าน:
=การสอนพูดภาษาอังกฤษให้ใช้ได้จริงในชีวิต
=การฟังภาษาอังกฤษ
=ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร (English for Communication)
=อังกฤษธุรกิจ(Business English)
=ทักษะการพรีเซ็นต์(Presentation Skills)
=ทักษะการสื่อสาร (Communication Skills)
=การพูดภาษาอังกฤษในที่ชุมชน (Public Speaking)
=การสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษ (Job Interview in English)
ติดตามสาระ พร้อมความสนุกสนาน บวกกับพลังความสุข ผ่านการพูดภาษาอังกฤษกันได้ที่
www.facebook.com/happyeng.happylife
Before the knowledge and experiences I gained as being an English Language teacher/trainer and a short-term corporate HR Manager would evaporate into thin air as we age, I have decided to put them into writing and hope at least it would change someone's life in one way or another.
Search This Blog
Showing posts with label อังกฤษ. Show all posts
Showing posts with label อังกฤษ. Show all posts
Wednesday, February 17, 2016
Monday, February 15, 2016
“คงจะบ้า ถ้าหวังผลลัพธ์ใหม่ กับวิธีเดิมๆ” – 5 เทคนิคเปลี่ยนตัวเองให้ได้งาน
คุณลองนึกย้อนไปถึงวันที่คุณอยากได้งานทำ แต่โดนปฏิเสธมาจากงานที่อยากได้มากๆ หรือมีอะไรที่อยากได้
แต่ยังไม่ได้สักที
แล้วลองตั้งเป็นคำถามให้ตัวเองตอบดูนะคะ ว่าคำตอบของคุณคืออะไร ตัวอย่างเช่น
ครูอยากให้คุณลองลิสต์คำตอบของคุณดูจากสามคำถามด้านบนว่า ในวันที่คุณ "พลาด" ในสิ่งที่คุณอยากได้นั้น คุณทำอะไรบ้างที่ทำให้ผลลัพธ์นั้นมันเปลี่ยนไป...
1. เลิกบ่น แล้วลงมือทำ
– Stop complaining and Just do it!
2. ปลดล็อคทางความคิด เลิกยึดติด – Ask yourself “Wouldn’t it be nice if….?”
3. เขียนเป้าหมาย แล้วท้าลุย – Put what you want down in writing
โปรดติดตาม English Version ของบทความนี้ได้ ในโพสต่อไปค่ะ
ติดตามได้ที่ www.facebook.com/eng.interview
#สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษให้ได้งาน
บทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก คุณบัณฑิต อึ้งรังษี
Inspired by Mr. Bundit Ungrangsee
Thailand’s Top Bestseller, Speakers and Trainer of the Trainers
http://bundit.org/ and https://en.wikipedia.org/wiki/Bundit_Ungrangsee
photo credit: http://www.sevenquotes.com/insanity/
- คุณอยากได้งานใหม่ แต่คุณทำอะไรเพื่อให้ได้มันบ้าง?
- คุณอยากพูดภาษาอังกฤษได้(บ้าง) แล้วคุณทำอะไรให้คุณพูดได้?
- คุณอยากได้เงิน(มากๆ) แต่คุณนั่งถูต้นไม้ขอเลขอยู่ ... หรือเปล่า?
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert
Einstein) นักวิทยาศาสตร์ผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงแห่งโลกฟิสิกส์ เป็นผู้กล่าวประโยคที่เป็นหัวข้อในบทความวันนี้ ตีความแบบเจ็บน้อยหน่อยได้ว่า
หากคุณอยากได้อะไรใหม่ๆ
คุณต้องเปลี่ยนวิธีที่ทำอยู่!
ครูอยากให้คุณลองลิสต์คำตอบของคุณดูจากสามคำถามด้านบนว่า ในวันที่คุณ "พลาด" ในสิ่งที่คุณอยากได้นั้น คุณทำอะไรบ้างที่ทำให้ผลลัพธ์นั้นมันเปลี่ยนไป...
- นั่งติดขอบจอดูละครยอดฮิต ทำให้คุณได้งานไหม?
- นั่งส่องเฟสเพื่อน ดูคลิปคนตีกัน แย่งแฟนกัน ช่วยให้คุณพูดภาอังกฤษได้ไหม?
- คิดว่า "มันยากจัง" "เหนื่อยจัง" "พรุ่งนี่ค่อยทำละกัน" จะทำให้คุณได้เงินมาก อย่างที่คุณอยากได้ไหม?
หากตอบคำถามได้แล้ว
ลองมาดูสมการง่ายๆของ
ไอน์สไตน์ ที่หลายๆคนยังไม่เข้าใจ
หรือนึกไม่ถึง
นั่นคือ
วิธีเดิม ≠ ผลลัพธ์ใหม่
ไม่ว่าคุณจะทำอย่างไร
วิธีเดิมๆของคุณ
ไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ใหม่ๆได้ ปัจจุบันที่คุณเป็นอยู่(ผลลัพธ์ในปัจจุบัน)
เป็นผลมาจากอดีตของคุณทั้งหมด (มาจากวิธีเดิม) ดังนั้น หากคุณต้องการผลลัพธ์ใหม่
คุณต้องทำอะไรที่ไม่เหมือนเดิม สมการจะเปลี่ยนเป็น
วิธีใหม่
= ผลลัพธ์ใหม่
ยกตัวอย่างจากการที่คนไทยเรียนภาษาอังกฤษมาไม่รู้กี่สิบปี
กี่ปีผ่านไปครูก็ยังเห็นหลักสูตรการสอนเน้นที่หลักแกรมม่า สอบแบบเลือก a. b. c. d. ท่องจำ แล้วคนเรียนไปเป็นสิบๆปี ก็พูดไม่ได้สักที ปัจจุบัน การเรียนภาษาอังกฤษในบ้านเราก็ยังเป็นแบบเดิมอยู่ในหลายๆพื้นที่ และคนก็ยังพูดภาอังกฤษไม่ได้สักที เข้าหลักสมการ วิธีเดิม ≠ ผลลัพธ์ใหม่
เพราะฉะนั้น หากคุณอยากได้ผลลัพธ์แบบใหม่ คุณต้องลอง 5 เทคนิคต่อไปนี้
จะช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ใหม่ๆในชีวิตที่คุณอยากให้เป็น
ข้อนี้อาจทำยาก
เพราะสำหรับบางคน
การบ่น (Complain) คือการปลดปล่อย
ลองค่อยๆแปลงการบ่น
เป็นการมองหาทางออก
(Solution) เช่น "เห้อ วันนี้รถติด น่าเบื่อที่สุด" เป็น "วันนี้ตอนรถติด
ได้ฟังภาษาอังกฤษในรถตั้งชั่วโมงนึงแน่ะ" เมื่อมุมมองเปลี่ยน วิธีการคุณจะเปลี่ยน
และชีวิตก็จะเปลี่ยน คิดได้แบบนี้ก็ไม่ต้องรอแล้วค่ะ ลงมือทำซะ เลิกบ่นแล้วทำทันที
2. ปลดล็อคทางความคิด เลิกยึดติด – Ask yourself “Wouldn’t it be nice if….?”
การยึดติดว่า น.ศ. จบใหม่เงินเดือนเริ่มต้นคือ หมื่นสอง หมื่นห้า ทำให้คุณตีกรอบความคิดว่าศักยภาพคุณมีไม่เกินเท่าคุณค่าที่ถูกตีราคาไว้ ในการต่อรองเงินเดือน
หลายๆจึงคนไม่กล้าขอเงินเดือนมากๆ เพราะคิดว่าเราคงได้เท่านี้แหละ เดี๋ยวจะไม่ได้งาน แต่คุณทราบไหม
หากบริษัทเขาเห็นว่า
“คุณมีของ" เอาจะแหกกรอบของเขาเพื่อให้ได้คุณมา เพราะฉะนั้น ตื่นมาเช้าๆ ลองถามตัวเองดูว่า “Wouldn’t
it be nice if….?” คือ "มันคงดีนะ ถ้าหากว่าชั้น...
(จะได้งานดีๆ
เงินดีๆ / จะพูดภาษาอังกฤษทางโทรศัพท์ได้แล้วต่างชาติรู้เรื่อง?)" ปลดแอกตัวเอง และใส่ความอยากของคุณเข้าไป
พูดกับตัวเอง
เตือนสติตัวเองทุกวันในสิ่งที่อยากได้หรืออยากเป็น แล้วศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณอาจทำให้คุณประหลาดใจ
3. เขียนเป้าหมาย แล้วท้าลุย – Put what you want down in writing
ทำไมคุณต้องเขียน
เพราะเมื่อมันถูกเขียนออกมา
มันจะชัดเจน
มันจะเตือนคุณทุกวัน
คุณกลับมาอ่านใหม่กี่ครั้งก็ได้ เขียนสิ่งที่คุณอยากได้ตัวใหญ่ๆ แล้วแปะไว้ที่กระจกที่คุณมองทุกวัน อาจเป็นในห้องน้ำ
หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง
(อาจเอาลงเป็น Background ในโทรศัพท์ของคุณไปเลย)
มันจะเตือนให้คุณระลึกอยู่เสมอว่า คุณอยากได้อะไร
แล้วคุณก็ ลงมือทำทันที (ครูเอารูปผู้หญิงหุ่นหน้าท้อง 6 แพคไว้ที่หน้าแบคกราวโทรศัพท์ เพราะอยากหุ่นดี 5555555 เวลาหยิบโทรศัพท์มาดู มันก็เตือนเราให้ออกกำลังกายทุกวันนะ) ลองทำดูค่ะ
4. รายล้อมตัวคุณด้วย 5 คนคนต้นแบบ – surround yourself with 5 ideal persons
เวลาคุณเรียนวิชาเลข
คุณเดินไปหาอาจารย์สอนเลข
หรือสอนพละ? มีไหมใครอยากเก่งภาษาอังกฤษ แล้ววิ่งเข้าไปคุยกับคนทัวร์จีนที่พัทยา จงรายล้อมตัวเองด้วยการจัดอันดับ
5 บุคคลต้นแบบที่จะช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมายที่คุณเขียนไว้ในข้อ
3 หากคุณอยากพูดภาอังกฤษได้
ให้คุณเข้าไปอยู่ในกลุ่มคนที่พูดได้เก่ง หากอยากเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน
คุณก็วิ่งเข้าไปหาคนที่เขาเป็นแล้วและทำได้ดี เรียนรู้จากเขาว่า
เขาใช้ชิวิตอย่างไร
วันๆนึงเขาแบ่งเวลาอย่างไร
เรียนรู้จากเขาและทำวิธีที่เขาทำ เพราะเขาพิสูจน์มาแล้วว่ามันทำได้สำเร็จ ถึงเวลาที่คุณต้องเรียนรู้เพื่อทำให้ตัวเองสำเร็จแล้ว 5 คนต้นแบบของคุณคือใครคะ?
5. ฝึก ฝึก และ ฝึก - Practice
Practice Practice
ศักยภาพสามารถสร้างได้
มันคือการฝึกและพัฒนาที่ไม่มีขีดจำกัด คุณเท่านั้นที่จะจำกัดศักยภาพของตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้น
การฝึกที่ได้ผลดีที่สุดในโลก คือการฝึกโดยเราไม่รู้สึกว่าเรากำลังฝึกอยู่ เพราะเมื่อคุณรู้สึกว่าคุณเหนื่อย คุณจะท้อ คุณจะคิดว่ามันลำบาก
มันยาก คุณจะไม่อยากทำต่อ
เพราะฉะนั้นเมื่อคุณกำลังฝึก คุณยิ้มให้ตัวเองว่า
"ชั้นทำได้" และสนุกไปกับมัน
ทำให้มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณ และคุณจะ Practice
practice practice ไปตลอดชีวิตได้แบบมีความสุข (ข้อนี้ครูทำมาตลอดในการพูดภาษาอังกฤษ แล้วตอนนี้ก็ชนะเลิศค่ะ!)
สรุป 5 เทคนิค เปลี่ยนตัวเอง
1. เลิกบ่น แล้วลงมือทำ
– Stop complaining and Just do it!
2. ปลดล็อคทางความคิด
เลิกยึดติด
– Ask yourself "Wouldn't it be nice if......?"
3. เขียนเป้าหมาย
แล้วท้าลุย
– Put what you want in writing
4. รายล้อมตัวคุณด้วย
5 คนแบบอย่าง
– Surround yourself with 5 ideal persons
5. ฝึก ฝึก และฝึก - Practice
Practice Practice
อย่าลืมสมการของไอน์สไตน์
"วิธีเดิมๆ ≠ ผลลัพธ์ใหม่" นะคะ
Keep well & see you soon ^^
KRUBOW SUNIDAบทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก คุณบัณฑิต อึ้งรังษี
Inspired by Mr. Bundit Ungrangsee
Thailand’s Top Bestseller, Speakers and Trainer of the Trainers
http://bundit.org/ and https://en.wikipedia.org/wiki/Bundit_Ungrangsee
photo credit: http://www.sevenquotes.com/insanity/
Subscribe to:
Posts (Atom)

